บทความนี้จะขอกล่าวถึงพระเกจิที่ได้รับการยอมรับจนพากันเรียกท่านด้วยความศรัทธาว่า
“เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด”
ขอระลึกถึงหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ แห่งวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ มรณภาพ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 สิริอายุ 92 ปี 71 พรรษา ขอนำบทความที่เขียนไว้ที่กล่าวถึง วัตถุมงคลประเภทเหรียญยอดนิยมรุ่นนึงของท่านกันครับ เหรียญที่ว่านี้คือ
“เหรียญหลวงพ่อคูณปี ๒๕๑๗”
เหรียญนี้นับเป็นเหรียญหลักยอดนิยม แต่ด้วยจำนวนสร้างไว้มาก จึงทำให้ราคาค่านิยมไม่แรงเหมือนเหรียญรุ่นสร้างบารมีปี 2519 ที่ท่านสร้างเนื้อทองแดงไว้เพียง 2,519 เหรียญ ตามปี พ.ศ.
เหรียญปี 2517นี้ด้านบนเขียนว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” ส่วนด้านล่างเขียนว่า “วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา”
ด้านหลังบรรจุดวงชะตาของ หลวงพ่อคูณ ล้อมด้วยพระคาถาภาษาขอมว่า
“สะ นิ ทัส สะ นะ อัป ปะ ฏิ คา” “มะ อะ อุ”
ซึ่งเป็นพระคาถามหาอุด หยุดกระสุนไม่ให้ออก หรือหาก ลั่นออกมาจะทำให้ปากกระบอกปืนแตกบอกได้คำเดียวว่า เหนียวล้วนๆประสบการณ์เหรียญรุ่นนี้จึงมีมากมาย
ปัจจุบันนี้เหรียญรุ่นปี 2517 หรือชาวบ้านในโคราชก็เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เหรียญรุ่นโยนสระ “
มีราคาเช่าหาบูชาสูง เหรียญทองแดงบล็อกที่นิยมอันดับต้น ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไปตามสภาพความสวยงามสมบูรณ์
ส่วนเหรียญนวโลหะ ราคาประมาณ 200,000 บาทขึ้นไปว่ากันตามสภาพความสวยงามเหรียญรุ่นนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นในวัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณ ที่บรรดาเซียนพระและเหล่าศิษย์ รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดที่ศรัทธาท่านต่างแสวงหากันอย่างมาก
ส่วนเหรียญที่นำมาให้ชมกันในวันนี้ มูลค่าไม่เบา หากใครสนใจก็ต้องใจถึงพอดู เพราะปัจจุบันนี้มูลค่าสะสมเช่าหาก็ต้องว่ากันถึง 200-300 ใบสีเทากันเลยทีเดียวครับสำหรับ 1 ในจำนวนการสร้างเพียง 2,500 เหรียญ
ส่วนที่มาของชื่อ”เหรียญรุ่นโยนสระ” นี้มีที่มาอย่างไร จะเล่าสู่กันฟังกันต่อไปนี้ครับ
ย้อนไปเมื่อปี 2513 ขณะนั้นหลวงพ่อคูณ อาพาธจึงได้มารักษาตัวอยู่ที่ อตัวเมืองนครราชสีมา และได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสระแก้ว ระหว่างปี 2513-2527 รวมระยะเวลาประมาณ 15 ปีระหว่างช่วงเวลานั้นหลวงพ่อคูณก็ได้เห็นถึงความยากลำบากของ พระสงฆ์ที่อยู่ในวัด เพราะไม่มีกุฏิสงฆ์ที่สะดวกสบาย มีเพียงกุฏิมุงสังกะสีเล็กๆ เมื่อฝนตกลงมาก็หลังคารั่ว เปียกฝน บางหลังก็อยู่พักไม่ได้หลวงพ่อคูณจึงได้มีความคิดที่จะสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหญ่ 2 ชั้นขึ้นมา เพื่อใช้เป็นทั้งศาลาการเปรียญ หอฉัน และห้องสำหรับพระสงฆ์พัก แต่ต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงได้สร้างเหรียญรุ่นปี 2517 ขึ้นมา และให้พุทธศาสนิกชนเช่าบูชา จนสามารถรวบรวมเงินบริจาคได้กว่า 5,900,000 บาท จนสามารถนำมาสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหญ่ดังกล่าวสำเร็จ และได้ใช้ประโยชน์มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีญาติโยมขอให้หลวงพ่อคูณเป็นเจ้าอาวาสวัดสระแก้วถึง 2 ครั้ง แต่หลวงพ่อคูณก็ไม่รับ เพราะท่านเห็นว่าพระรูปอื่นมีความรู้ ความสามารถมากกว่า และท่านไม่ต้องการตำแหน่ง เนื่องจากชอบอยู่แบบสมถะ เพื่อจาริกไปในสถานที่ต่างๆ ได้
ดังนั้นเมื่อท่านสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหญ่เสร็จแล้ว ท่านก็จำพรรษาอยู่ในห้องที่ 1 ของกุฏิหลังใหม่ กระทั่งในปี 2527 จึงออกจากวัดสระแก้ว จาริกไปแบบพระธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆ และไปอยู่วัดบ้านไร่ ที่ด่านขุนทด นครราชสีมา เหมือนเดิม ตำนานเหรียญรุ่นโยนสระเกิดขึ้นในครั้งนั้นเอง เมื่อปี 2513 ขณะที่หลวงพ่อคูณได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสระแก้ว หลวงพ่อคูณเป็นพระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างมากในขณะนั้น ท่านจึงสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาเพื่อหารายได้สร้างกุฏิสงฆ์ให้วัดสระแก้ว ดังนั้นในปี 2514 หลวงพ่อคูณจึงได้สร้างเหรียญขึ้นมาหนึ่งรุ่น จำนวนสร้างประมาณ 100,000 เหรียญ แล้วท่านก็นำไปไว้ในอุโบสถวัดสระแก้วโดยทุกเช้าหลังจากที่หลวงพ่อคูณทำวัตร สวดมนต์เสร็จแล้ว หลวงพ่อคูณก็จะนั่งภาวนาจิต ปลุกเสกอยู่ในอุโบสถ ท่านทำอย่างนี้ทุกวันเป็นระยะเวลา 4 ปี เมื่อมาถึงปี 2517 ท่านจึงได้นำเหรียญดังกล่าวมาให้ญาติโยมเช่าบูชา พร้อมกับแจกให้กับผู้ที่มาบริจาคกระเบื้องมุงหลังคาทุกคนสมัยนั้นใครบริจาค 10 บาท 20 บาท หลวงพ่อก็จะแจกให้ทั้งหมด เมื่อประชาชนผู้ศรัทธารับรู้กันมากขึ้น จึงทำให้มีคนแห่มาเช่าบูชาเหรียญรุ่นปี 2517 กันเป็นจำนวนมาก ช่วงหลังๆ เหรียญจึงมีราคาเช่าบูชาสูงขึ้น จาก 10 บาท เป็น 100 บาท เพิ่มสูงไปถึง 500 บาทเลยทีเดียว เมื่อเหรียญเหลือน้อยแต่ความต้องการมีมาก หลวงพ่อคูณจึงได้เก็บไว้ให้เฉพาะคนที่มาบริจาคบางรายเท่านั้น จึงทำให้มีบางคนไปโวยวาย พูดอยู่หน้ากุฏิกันว่าหลวงพ่อคูณให้เหรียญเฉพาะคนที่รวยเท่านั้น คนจนๆ หลวงพ่อไม่ให้ เมื่อหลวงพ่อคูณได้ยิน ท่านจึงได้เทเหรียญรุ่นปี 2517 ลงในถาดหลายร้อยเหรียญ แล้วบอกกลุ่มคนที่มาโวยวายว่า “ถ้าพวกมึงอยากได้เหรียญ ก็ให้ไปงมเอาในสระแก้วเอง”
พูดจบท่านก็เดินไปหลังวัด ซึ่งมีสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ แล้วท่านก็โยนเหรียญลงสระน้ำทั้งหมด เมื่อชาวบ้านเห็นหลวงพ่อคูณโยนเหรียญลงไปในสระน้ำ ก็ได้พากันเฮโลกระโดดลงไปในสระนับร้อยคน และพากันงมหาเหรียญกันอย่างคึกคักเมื่อมีคนงมได้เหรียญแล้วก็พากันชูเหรียญขึ้นมา แล้วก็จะมีเซียนพระตะโกนรับซื้อในราคาเหรียญละ 500 บาท ซึ่งสมัยนั้นถือว่าแพงมาก สำหรับพระเครื่องที่เพิ่งสร้างใหม่ ทำให้เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นตำนานที่จดจำถึงปัจจุบันส่วนใครที่มีเหรียญสภาพไม่สวยจัดกระดำกระด่าง มีคราบน้ำคราบความชื้น เป็นตะกรันสีเขียวบนพื้นเหรียญ ก็ต้องสงสัยไว้ได้เลยว่าน่าจะเป็นเหรียญที่งมขึ้นจากสระแก้วในช่วงเวลานั้นเองเหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 2517จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสสร้างกุฏิวัดสระแก้ว เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อคูณครึ่งองค์ ด้านบนเขียนว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” ด้านล่างเขียนว่า “วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด ตรงสังฆาฏิด้านหน้าตอกโค้ด “ปรธ” ภายในวงกลม เป็นตัวย่อมาจากคำว่า “ปริสุทโธ” อันเป็นฉายาของท่าน ด้านหลังเหรียญมีอักขระยันต์อยู่ตรงกลาง มีตัวอักษรจากซ้ายไปขวาเขียนว่า “ที่ระลึกสร้างกุฏิสงฆ์วัดสระแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา” ด้านล่างมีจุดคั่น สองจุด เขียนว่า “รุ่นพิเศษ ๔ ต.ค.๒๕๑๗ จ.นครราชสีมา”
เหรียญรุ่นนี้แกะบล็อกได้เหมือนท่านที่สุด และเป็นเหรียญที่มีประสบการณ์เล่าขานกันมากมายมี 2 เนื้อ คือ
1.เนื้อนวโลหะ ซึ่งเป็นเนื้อสูงสุดและนิยมสุดของบรรดาเหรียญรุ่นปี 2517 ทั้งหมดเนื่องจากเหรียญรุ่นนี้ ไม่มีการจัดสร้างเนื้อพิเศษอื่น เช่นเนื้อทองคำและเนื้อเงิน มีเพียงเฉพาะเพียงแค่เนื้อทองแดง และเนื้อนวโลหะ ที่จำนวนสร้าง เพียง 2,500 เหรียญ เท่านั้นทุกวันนี้เหรียญนวโลหะสภาพสวยๆ ราคาเกินครึ่งล้านบาทไปแล้วครับ
2.เนื้อทองแดง มีจำนวนการสร้าง ที่บันทึกไว้ จำนวน 99,999 เหรียญ มีทั้งมีรอยจารและไม่มีรอยจาร โดยหลวงพ่อจะจารตัว “ยา นะ” เหรียญที่มีจารและตอกโค้ดได้เต็ม จะมีค่านิยมสูงกว่าเหรียญทั่วไปพอสมควร เหรียญทองแดงรุ่นนี้เท่าที่มีการแยกบล็อกได้หลายบล็อก…ซึ่งรายละเอียดของบล็อกต่างๆ ที่พบเห็นกันพอจะแยกออกได้ประมาณ 9 บล็อกดังนี้
1.บล็อกนวโลหะไหล่จุด เป็นบล็อกเดียวกับเหรียญเนื้อนวโลหะ ซึ่งเป็นบล็อกนิยมสุดประเภทเนื้อทองแดง กล่าวคือ มีจุดบริเวณหูด้านซ้ายของหลวงพ่อ ถัดออกไปประมาณครึ่งเซ็นติเมตรจะมีจุด และมีอีกจุดตรงตัว “ด” ของคำว่า “ด่านขุนทด” ส่วนด้านหลังตรงคำว่า “อำเภอเมือง” จะมีเส้นนูนโค้งที่เกิดจากบล็อกอยู่ด้านล่างหนึ่งเส้น
2.บล็อกนวโลหะหูขีด ซึ่งบล็อกนี้มีตำหนิเช่นเดียวกับ “บล็อกนวโลหะไหล่จุด” แต่ที่หูด้านซ้ายของหลวงพ่อตรงด้านล่าง จะมีขีดอยู่หนึ่งขีด เป็นบล็อกนิยมรองอันดับสองของเหรียญเนื้อทองแดง
3.บล็อก ๕ แตก หรือ บล็อกประสบการณ์ เหรียญบล็อกนี้จุดสังเกตคือด้านหลังตรงคำว่า พ.ศ.๒๕๑๗ ตัวเลข ๕ จะมีเส้นแตกพาดผ่านในลักษณะบนลงล่าง…สำหรับ บล็อกนี้เท่าที่พบเห็นในแวดวงสายนี้ยังมีการแบ่งย่อยออกไปอีก คือ
3.1 บล็อก ๕ แตก หน้าวงเดือน
3.2บล็อก ๕ แตก หน้าหูขีด
3.3บล็อก ๕ แตก หน้าเกลี้ยง
และ3.4บล็อก ๕ แตก หน้าแตก… เป็นต้น
4.บล็อกหูขีด บริเวณหูด้านซ้ายของหลวงพ่อตรงด้านล่างจะมีขีดอยู่ หนึ่งขีด
5.บล็อกสายฝน หรือ บล็อกคอขีด บล็อกนี้พื้นเหรียญบริเวณหูขวาหลวงพ่อจะมีเส้นขนแมววิ่งเฉียงลงมาหลายเส้น อันเป็นที่มาของชื่อ บล็อกสายฝน ส่วนมากคอจะมีขีด บางเหรียญคอไม่มีขีดก็มี แต่พบเห็นน้อยกว่ามาก
6.บล็อก ‘คูณ’ มีขีด สังเกตตรงคำว่า “หลวงพ่อคูณ” ที่ สระอู จะมีขีดเป็นเส้นวิ่งออกมา
7.บล็อกอมหมาก สังเกตจากบริเวณปากหลวงพ่อจะมีก้อนนูนอยู่ในปาก มีทั้งก้อนใหญ่ และก้อนเล็ก
8.บล็อกสังฆาฏิมีเส้น ที่สังฆาฏิหลวงพ่อจะมีเส้นเล็กๆ วิ่งพาดไปพาดมาจำนวนหลายเส้น
9.บล็อกธรรมดา ซึ่งพบเห็นค่อนข้างมาก เป็นบล็อกที่ไม่มีตำหนิเฉพาะชัดเจนอย่างบล็อกอื่นๆ ดังที่กล่าวข้างต้น
นับว่าเป็นเหรียญดีมีอนาคต จำนวนการสร้างพอเหมาะ เล่นง่าย จบง่าย และมีแค่ 2 เนื้อหลัก ไม่วุ่นวายปวดหัวน่าเก็บสะสมไว้เป็นมงคลแก่ตัวและครอบครัวศึกษาให้รู้จากผู้รู้จริง จากแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้ จะมีความสุขกับการศึกษาและสะสมโดยไม่เป็นภาระรุ่นลูกหลานครับ
ขอบคุณที่เข้ามาทักทาย กดไลค์ กดแชร์ กดติดตามให้กำลังใจกันครับ
