พระผงคลุกรัก และพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก “หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ” 

อันเป็นที่ประจักษ์ในคุณวิเศษ ดีเด่นทางด้านเมตตามหานิยมที่เกิดจากความเข้มขลังของมวลสารในพระผงคลุกรักของท่าน
บทความนี้เขียนไว้นานมากแล้วเชื่อว่าหลายต่อหลายคนยังไม่เคยได้อ่านกัน จึงขอนำกลับมาทบทวนกันให้อ่านกันอีกครั้งครับ
"หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ "

         หลวงพ่อแก้วเกิดในปลายรัชกาลที่ 1 ประมาณ พ.ศ. 2337 ในครอบครัวชาวประมง จังหวัดเพชรบุรี  บางตำราระบุว่าท่านเป็นคนบางแก้ว อ.บ้านแหลมจังหวัด จ.เพชรบุรี และได้อุปสมบทที่วัดพระทรง จังหวัดเพชรบุรี หลวงพ่อแก้ว มรณภาพ  เมื่อ ปี พ.ศ. 2430 สิริอายุประมาณ 94  ปี

          เมื่อท่านมีอายุพอสมควรแล้ว บิดามารดา ของท่านก็ได้พาท่านไปฝากกับสมภารวัดในระแวกนั้นเพื่อให้ท่านมีโอกาสเล่าเรียนหนังสือไทยและขอม ด้วยท่านเป็นผู้มีปัญญามาก สามารถเรียนได้รวดเร็ว ท่านสมภารจึงเห็นว่าหากไห้ท่านบวชเป็นสามเณรจะได้เป็นกำลังของพระพุทธศาสนาสืบต่อไป หลังจากที่ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้พากเพียรเล่าเรียนตำรับตำราต่างๆ โดยเฉพาะมูลกัจจายนสูตร เมื่อท่านอายุครบบวชแล้ว ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ความที่ท่านเป็นผู้มีความเพียรความอดทนเป็นที่ตั้งแล้ว ท่านจึงมีความสนใจใคร่ศึกษาคำสอนในพระพุทธศาสนาให้แตกฉานยิ่งขึ้นก็ได้เข้าไปศึกษาบาลีไวยากรณ์ซึ่งตามภาษาโบราณเรียกว่า เรียนหนังสือใหญ่ที่กรุงเทพ ในขณะที่เรียนในกรุงเทพ ท่านได้ไปขึ้นกรรมฐานกับสำนักวัดราชสิทธาราม ซึ่งในสมัยนั้นมีสมเด็จพระสังฆราช ( สุก) ทรงเป็นพระปรมาจารย์ของสำนักเนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชสุกมีพระพรรษาชราภาพมากแล้ว
พระองค์ทรงมอบหมายให้พระพรหมมุนีชิต เป็นผู้สอนกรรมฐานและการลบผงวิเศษต่างๆ แทนเมื่อหลวงพ่อแก้วเรียนสำเร็จ ท่านได้ออกธุดงค์ไปสถานที่ต่างๆ ท่านได้ธุดงค์ผ่านมาทางภาคตะวันออกและได้มาพักแรมอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดชลบุรี ซึ่งในสมัยนั้นจังหวัดชลบุรี ยังเป็นป่ารกชัฏเต็มไปด้วยป่าไเบญจพรรณต่างๆ มองไปทางไหนก็พบแต่ความเวิ้งว้างว่างเปล่าของน้ำทะเล สาเหตุเนื่องมาจากผลของสงคราม ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินทำการกู้อิสรภาพนั่นเอง วัดวาอารามต่างๆ ที่ถูกทำลายก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู ชาวบ้านที่อยู่ในถิ่นฐานนั้น ส่วนมากมีการศึกษาน้อย เพราะขาดการเหลียวแล จะเป็นด้วยวาสนาของชาวจังหวัดชลบุรีหรืออย่างไรไม่ทราบ ที่ทำให้ท่านธุดงค์ผ่านมาทางนี้ และด้วยเมตตาธรรมอันบริสุทธิ์ของท่าน ทำให้ท่านมีความคิดที่จะปลุกฝังญาติโยมในละแวกนั้น
               ให้เข้าถึงหลักธรรมของพระพุทธองค์ จึงปักกลดอยู่ที่นั้น เพราะความน่าเลื่อมใสของท่าน ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างก็นำอาหารมาทำบุญส่วนชาวบ้านที่นิยมของขลัง เมื่อเห็นพระรุกขมูลมา อีกทั้งมีวัตรปฎิบัติแปลกว่าพระธุดงค์รูปอื่นก็เกิดความเลื่อมใสเข้าไปขอเครื่องรางของขลังกับท่าน ส่วนท่านเมื่อมีญาติโยมมาหาท่านก็เชื้อเชิญต้อนรับด้วยธัมมปฏิสันถารเพราะท่านมีธรรมเป็นเครื่องให้ เมื่อใครเอ่ยปากขอของขลังจากท่าน ท่านก็ให้ของขลัง และของที่ให้ก็ดีจริงๆ อันประกอบไปด้วยบทคาถามหามนต์ขลังเพราะการเดินธุดงค์ท่านจะหอบหิ้วเอาวัตถุของติดตัวมาด้วยนั้น ท่านคงหอบหิ้วไม่ไหวแน่ ท่านคงมีแต่บทคาถามหามนต์ขลังเท่านั้นเมื่อเขาออกปากท่านก็ให้ ตามหลักกตัญญุตากตเวทิตาธรรม ตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้โดยให้คาถาบทภาวนา ระลึกถึงพระรัตนตรัย เมื่อญาติโยมในระแวกนั้นเกิดความเลื่อมใส ทำให้ท่านเริ่มบูรณะซากสลักหักพัง ของวัดร้างวัดหนึ่ง โดยได้รับความร่วมมือจากญาติโยมในละแวกนั้นเป็นอย่างดีจนพอใช้การได้แล้ว ท่านก็ได้ตั้งชื่อว่า 
                                                              ” วัดเครือวัลย์ “
                             คงถือเอานิมิตที่มีเถาวัลย์ปกคลุมอยู่มากมายนั่นเอง
พระผงคลุกรัก "หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ "

                   “ว่ากันว่า……สุดยอดปราถนาอันดับหนึ่งของนักนิยมสะสมพระเครื่องประเภทพระปิดตาเนื้อผงคือ พระปิดตาผงคลุกรัก หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เมืองชลบุรี “

ถึงแม้ว่าประวัติความเป็นมาทั้งขององค์ผู้สร้าง ตลอดจนประวัติการจัดสร้าง ค่อนข้างจะคลุมเครือ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานหรือมีการบันทึกไว้ชัดเจน จะมีก็เพียงแต่การเล่าสืบทอดต่อ ๆ กันมาของชาวบ้าน  หากแต่ศรัทธาของชาวชลบุรี ไปจนทั่วภาคชายทะเลตะวันออก ไปจนฝั่งทะเลตะวันตกแถวเพชรบุรี รวมถึงนักสะสมพระเครื่องทั่วทุกสารทิศ ต่างรู้จักและทราบถึงพุทธาภินิหารที่มีในองค์พระของหลวงพ่อแก้ว  มาแต่โบราณแล้ว
ยิ่งนานวันยิ่งมีผู้ทราบถึงกิติศัพท์ อันเป็นที่ประจักษ์ในคุณวิเศษที่เด่นทางด้านเมตตามหานิยม อันเกิดจากความเข้มขลังของพระปิดตา ซึ่งรวมถึงของมวลสารที่อยู่ในพระผงของท่านนานัปการ ในบรรดาสิ่งซึ่งประกอบเป็นเนื้อพระปิดตาของหลวงพ่อแก้ว จะมีวัตถุสารอะไรเป็นเคล็ดลับผสมปะปนอยู่นั้น ไม่มีใครสามารถบอกได้ถูกต้องทั้งหมด แต่เคยมีผู้รู้บางท่านชี้แจงไว้ว่า  หลวงพ่อแก้ว ได้ใช้ “ไม้ไก่กุก “ ก็คือรังของไก่ป่า ซึ่งตัวผู้ที่เพียรพยายามไปคาบเศษไม้ เศษหญ้า มาทีละเล็กละน้อย  สร้างเป็นรังรองรับไข่ของคู่ตน  ต่อมาจะใช้เป็นที่กกฟักไข่ ของไก่ตัวเมียที่ต้องอยู่ติดในรังตลอดโดยไม่ออกไปไหน โดยมีไก่ตัวผู้เฝ้าอยู่ใกล้ ๆ รัง  อากัปกิริยาของไก่ตัวผู้ที่มีต่อไก่ตัวเมีย  ย่อมมีความหมายลึกซึ้งถึงความสนิทชิดชอบเสน่หา รักใคร่ใยดีในคู่ครอง อันไม้ไก่กุกนี้ ในทางไสยเวทย์เชื่อกันว่า ชื่อเป็นมงคลอีกทั้งเป็นของ ” ทนสิทธิ์ “ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติเคล็ดอันนี้แหละ ที่หลวงพ่อแก้วนำมาบดประจุไว้เป็นมวลสารสำคัญชนิดหนึ่ง
           
             นอกจากนี้ หลวงพ่อแก้ว ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยละเอียดรอบคอบเป็นผู้เห็นการณ์ไกล คือ ในช่วงที่ท่านสอนบาลีไวยากรณ์อยู่นั้น ได้เก็บเอาผงที่ลบจากอักขระไว้ การสอนหนังสือในยุคนั้นจะต้องเขียนต้องลบตัวอักขระบนกระดานดำจริงๆ เมื่อนำผงดินสอที่รวบรวมได้ และผงพุทธคุณบางส่วนที่เก็บรวบรวมไว้ทั้งสองอย่างนั้นมาผสมกันเข้าไว้ จนได้เป็นแท่งเพื่อใช้เขียนอักขระตามสูตร  แล้วนำใบไม้ที่เรียกกันว่าใบไม้รู้นอนชนิดต่างๆ รวมถึงหัวว่านและพืชที่มีคุณทางเมตตามหานิยม เช่น ยอดสวาท ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว และแดง  ว่านเศรษฐี  ว่านดอกทอง  ฯลฯ  จากนั้นจึงนำเกษรดอกไม้มงคลต่างๆ ใบไม้ เปลือกไม้ และเนื้อไม้ มารวมกันมาบดให้ละเอียดเป็นผง ใช้เป็นมวลสาร มาผสมกับผงอักขระ ใช้น้ำซาวข้าวมาคละเคล้าเข้ากับผง ใช้น้ำผึ้งป่า และน้ำมันตั้งอิ้ว ยางรักมาเป็นตัวประสาน เพื่อทำให้เหนียว หลังจากนั้นจึงเอากดลงในแม่พิมพ์สำเร็จเป็นองค์พระ ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงการสันนิษฐานเท่านั้น ไม่มีผู้ใดรู้ถึงลำดับขั้นตอนก่อนหลัง และสูตรอัตราส่วนในการผสมเนื้อพระของท่านได้พระปิดตาเนื้อผงคลุกรักของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ทั้ง 3 พิมพ์มาตรฐาน พุทธลักษณะเป็นองค์พระควัมบดี พระเศียรกลมแบบที่เรียกว่าเศียรบาตร ปลายพระกรรณแหลมจรดพระอังสะ พระหัตถ์ทั้งสองมีเส้นแยกค่อนข้างชัดเจน ข้อพระหัตถ์แนวหักมุมทางด้านขวา พระอังสะด้านขวาสูงกว่าดานซ้ายค่อนข้างชัดเจน พระอุทรนูนขึ้นเป็นเนินน้อย ๆ พระชงฆ์ด้านขวาทับซ้ายเป็นสันโค้งเล็กน้อยมีทั้ง…..
 
พระผงคลุกรัก "หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ "

 

พิมพ์ใหญ่ 

 

พิมพ์กลาง

 

พิมพ์เล็ก

นอกจากนี้ยังมีพระปิดตาแบบลอยองค์เนื้อผง เช่นเดียวกับพิมพ์มาตรฐานที่เรียกกันว่า                                              

 “พิมพ์ปั้น”

      

เกิดจากการปั้นทีละองค์ รูปร่างจึงแตกต่างกันไป เนื้อ  มีทั้งเนื้อน้ำตาล และเนื้อสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เนื้อละเอียด เชื่อกันว่าหลวงพ่อแก้วสร้างขึ้นแจกทั้งที่วัดเครือวัลย์ และวัดปากทะเล จังหวัดเพชรบุรี ที่เชื่อกันว่าสร้างในยุคแรกๆก่อนที่ท่านจะธุดงควัตรมาฝั่งทะเลตะวันออก เนื้อพระและเนื้อหาของมวลสารจะมีรายละเอียดที่ใกล้เคียงกันแต่หากแยกแยะตามสีจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วรรณะ เนื้อหาแบบแรก สีออกน้ำตาลเข้ม แต่เนื้อหาของสีน้ำตาลจะมีความเข้มอ่อนแก่ต่างกันออกไปตามธรรมชาติของพระ บางองค์มีสีน้ำตาลแกมดำ น้ำตาลอมเหลือง น้ำตาลแกมแดง เนื้อผงเนื้อออกสีน้ำตาลนี้ เนื้อหาจะละเอียดจัดแบบกะลา บางองค์ลงรักปิดทอง นั้นจะได้รับความนิยมมากกว่าอีกเนื้อที่เป็นผงสีดำ  นอกจากนี้การพิจารณาเนื้อหาสาระที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าพิมพ์ทรงก็คือ ในเนื้อผงจะปรากฏลักษณะตามธรรมชาติของเนื้อพระที่ผ่านร้อนหนาวมาถึงกว่าร้อยปี ที่บางท่านนิยมเรียกว่า “ รอยรานใยแมงมุม ” หรือ “ รอยใยรากผักชี “ ที่เกิดจาการแห้ง หดตัว ของเนื้อที่อยู่ตามผิวที่เป็นเส้นแตกเป็นฝอยบางเบา หากแตกระแหงเป็นรอยแยกร่องห่าง ๆ นั่นคือการเร่งปฏิกิริยาจากน้ำมือมนุษย์แน่นอนครับ

              องค์ที่นำมาให้ชมกันในวันนี้เป็นพระสังกัจจายน์พิมพ์ปั้น ลอยองค์ของหลวงพ่อแก้ว วัดในปากทะเล เนื้อหาค่อนข้างจัดจ้าน สีเข้มจนเกือบดำ มีปิดทองหลงเหลือให้เห็นบางจุด ตามซอกและในเนื้อหาบางส่วนที่กระเทาะเห็นเนื้อในตลอดจนตามซอกมุมมีคราบสีเหลืองอ่อนหม่น และมีรอยรักแตกบนผิวเป็นเกล็ดราน บางส่วนที่แตกระแหงแบบรอยใยรากผักชี ครบตามสูตร แถมขนาดกะทัดรัดพอเหมาะ  เลยนำมาให้พิจารณากันทั้งความเก่าของเนื้อหา ความมันแต่่มีความเก่าให้พิจารณาของรัก และพุทธศิลป์ที่งดงามตามแบบอัตตลักษณ์เฉพาะตัวของพระพิมพ์ปั้นลอยองค์ ของวัดปากทะเล พยายามถ่ายภาพมาให้ชมกันทุกมุม จะได้เข้าใจง่าย แม้จะไม่สวยแบบพระแชมป์แต่ก็เป็นพระองค์เดียวในดวงใจที่อาราธนาห้อยคออยู่ครับ  นอกจากผงพุทธคุณสำหรับกดเป็นองค์พระแล้ว 

                   หลวงพ่อแก้วยังได้นำผงที่เหลือมาทำยาเขียวแท่งทอง ที่ได้จากผงอิธเจที่เหลือจากพิมพ์พระ ปั้นเป็นแท่งยาวประมาณหนึ่งนิ้วเศษปิดทอง  ใช้ในทางเสน่ห์มหานิยม แบ่งให้สหธรรมิกและสานุศิษย์ทั้งหลายของท่าน เช่น อาจารย์ถัน ครูเทพ รวมทั้งหลวงปู่เฮี้ยง แห่งวัดป่าอรัญญิกกาวาส เคยปรากฏว่ามีผู้พบหีบบรรจุแท่งผงพุทธคุณของหลวงพ่อแก้ว พร้อมตำรามากมาย ซึ่งบัดนี้น่าจะไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว

                  ด้วยเหตุนี้พระปิดตาของท่านพุทธคุณจึงมีอาถรรพ์วิเศษทางเสน่ห์แรงนัก มีผลจริงเป็นประจักษ์มีพยานรู้เห็นมากมายจนเป็นที่เลื่องลือในสมัยนั้น จนมีผู้นำผงมวลสารของพระปิดตา ไปใช้ในทางทุจริต ประพฤติมิชอบด้วยศีลธรรม เมื่อหลวงพ่อแก้วทราบเรื่อง จึงใช้รักคลุกกับผงมวลสาร บางองค์ก็ให้นำไปจุ่มรักเสีย เพื่อมิให้ผงมวลสารที่มีอิทธิคุณทางเมตตามหาเสน่ห์ของท่าน  มีผู้ใดนำไปใช้ในทางมิชอบมิควรได้อีก  เพราะอย่างน้อยผู้ที่คิดทำก็จะต้องฉุกใจคิดขณะทำให้องค์พระเสียหาย จึงจะนำผงไปได้

                     นอกจากนี้ว่ากันว่า ท่านแช่งไว้ด้วย    พระปิดตาของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ของแท้หายากมาก  ของปลอมมีมาก และมีมานานแล้ว แต่ก็มีการเช่าหากันถึงองค์ละเป็นล้านบาท จนถึงหลายล้านบาท

ขอบคุณที่ยอมเสียเวลาเข้ามาอ่าน และทักทายกันครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการศึกษาและสะสมครับ